เราเคยบินไป sydney ครั้งนึงแล้วเมื่อต้นปี 2016 ตอนนั้นบินไป Training Course Consulting Development Program I (CDPI) ผ่านมาอีก 3 ปีก็ได้เรียนภาคต่อกับ CDPII โดย course II นี้จะเข้มข้นกว่าครั้งแรกมากๆ คอร์สนี้ต้องบินมาที่ Sydney 2 รอบ ช่วงเวลาระหว่างรอบ 1 กับ 2 นั่นก็จะต้องทำการ develop business cases, webex meeting กันภายในกับเพื่อนๆในทีม / case owner / mentor / instructor หลายรอบ

ขอ wrap-up 2 รอบในโพสนี้อันเดียวไปเลยละกันว่ามันมีอะไรยังไงบ้าง เพราะสถานที่เที่ยวส่วนใหญ่เราไปมาจากรอบที่แล้วซะเยอะแล้ว รอบนี้เลยจะมีเก็บตกแค่บางสถานที่ หรือเปลี่ยนมุมมองเล็กๆน้อยๆ

ค่าใช้จ่าย: คอร์ส CDPII อยู่ที่ (2,700$ x เรท 31 / USD = 83,700 บาท) + (ค่าตั๋วการบินไทยเที่ยวละประมาณ 30,000 บาท x 2) + (ค่ากิน+โรงแรม+ค่าเดินทางภายในประเทศรอบละประมาณ 60,000 บาท x 2) = 263,700 บาทขอกราบขอบพระคุณบริษัทที่ sponsor ค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ด้วยคร้าบบบบ  😊

2-9 Mar 2019

เราบินออกจากกทม.เย็นวันเสาร์ รอบนี้แวะมาใช้บริการ Miracle First Lounge ตรง Gate D6 เพื่อหาอะไรกินก่อนขึ้นเครื่อง เลานจ์นี้ก็เงียบๆดีนะ มารอบเย็นมีอาหารร้อน สั่งกับเชฟได้เลย

นั่งเล่นจนได้เวลา boarding แล้วก็ขึ้นเครื่อง เลือกที่นั่งติดทางเดินเหมือนเดิม

เครื่องขึ้นสักชม.กว่าๆก็เริ่มเสิร์ฟอาหารละ เลือกมาเป็นแกง รสชาติก็โอเค กลางๆ

ระหว่างนั้นก็เก็บหนังไปเรื่อยๆ หนังบน flight ของการบินไทยก็ใหม่และเยอะดีนะ บินไป sydney 9 ชม.นี่เก็บไปได้ 3-4 เรื่อง มีงัวเงียหลับไปบ้าง สรุปคือแทบไม่ได้นอน จนก่อนเครื่องลงราวๆ 2 ชม.ก็จะเสริ์ฟอาหารเช้า มื้อนี้ไม่ต้องเลือกนะ เค้ามีแบบเดียว  😅

เครื่องลงที่สนามบิน Kingford Smith ประมาณ 7 โมงเช้า เราผ่าน immigration ออกมาแล้วก็ไปซื้อซิม รอบนี้เลือกใช้ของ Vodafone เพราะมันมีโปรฯลด 50% จาก 40 AUD เหลือ 20 AUD สำหรับ Data 35 GB ใช้งานได้ 35 วัน รวมโทรกลับไทยได้อีก 100 นาทีอยู่พอดี

ได้ซิมแล้วก็ไปติดต่อรถ shuttle Redy2Go เจ้าเดิมที่ใช้ทุกครั้ง จองรถทั้งขาไป-กลับไว้เลย รวมราคา 34 AUD  ราคานี้ประหยัดกว่านั่ง Taxi เยอะ ยกเว้นมากัน 3-4 คน ถ้ายังงั้นไปนั่ง Taxi ดีกว่า ส่วนใครจะใช้รถไฟเข้าเมืองก็ต้องใช้ opal card และถ้านั่งจาก airport ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกคนละ 14.9AUD on top ของค่ารถด้วยนะ เพราะงั้นไป-กลับก็จะราคาพอๆกับนั่ง shuttle นั่นแหล่ะ เราเลยเลือกนั่ง shuttle เพราะเค้าจะไปส่ง-รับจากหน้ารร.เลย

เรามาถึงรร. Intercontinental Sydney ตั้งแต่ประมาณ 9 โมงนิดๆด้วยความเพลียเพราะแทบไม่ได้นอนมาเลยบนเครื่องบิน แต่ห้องก็ยังไม่พร้อมให้เข้าพัก เลยต้องฝากกระเป๋าไว้ที่รร.แล้วไปหาที่เที่ยวฆ่าเวลา ด้วยความที่รร.อยู่ใกล้ Circular Quay ที่เป็นท่าเรือ เราเลยนั่ง Ferry ไปเที่ยว Manly Beach ซะเลย จาก Circular Quay ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีไปถึง Manly Wharf นั่งเรือดูวิว + งีบ ฆ่าเวลาได้ดีใช้ได้เลยนะ

Manly Beach นี่ดู Live ดีอ่ะ ยิ่งช่วงเวลานี้ของปีที่เหมือนจะเป็น summer ของเค้า อากาศอยู่ที่ราวๆ 24-25 องศา กำลังดีมาก คนมาเที่ยวชายหาดเยอะเลย

ร้อนมาก แวะซื้อ Ginger Beer (no alcohol) มากินดีกว่า ชื่นจายยยยย 😁

เราเดินเล่นอยู่พักนึงก็ไปหาที่นั่งกินข้าวกลางวันดีกว่า อยากกิน Fish & Chips ก็คิดว่าทุกๆร้านน่าจะเหมือนๆกันแหล่ะน่า เพราะตอนนั้นร้านดังๆคนก็แน่น ดูนั่งไม่ชิลเท่าไหร่ เลยเลือกร้าน Fusion Point Bar & Restaurant ที่คนไม่เยอะ สรุปรสชาติงั้นๆ หรือเราเองอาจจะไม่ชอบปลาประเภทนี้ด้วยแหล่ะ จำไม่ได้ว่าเป็นปลาอะไร แต่ปกติถ้าเป็น Beer Battered เราจะชอบ Cod อ้ะ  😓

กำลังนั่งทานยังไม่เสร็จดีทางรร.ก็ sms มาบอกว่าห้องเสร็จแล้วพอดี เลยนั่งเรือกลับรร.เลยดีกว่า เพลียแร้ว ก่อนเทียบท่ามองไปซ้าย-ขวาก็จะเห็น Opera House & Harbour Bridge ไม่ว่ามองกลางวัน-กลางคืน มุมไหนก็สวยคลาสสิคจริงๆ

มาถึงรร.ก็รับ Key Card ห้องก็เหมือนๆคราวที่แล้ว ชั้นสูง วิวดี นอนสบาย

หลังจากจัดของ พักผ่อนจนเย็น เริ่มจะได้เวลาหิวข้าว ก็ออกจากรร.ไปเดินเล่นแถว Darling Harbour ที่ประจำที่มาทุกครั้ง เพราะชอบบรรยากาศแถวนี้

แล้วก็เดินต่อไปทาง China Town เพราะตั้งใจว่าจะมาลองร้าน Ho Jiak ที่เป็นร้านอาหารมาเลเซียเจ้าดังตรง Haymarket เราเห็นเมนูแล้วตั้งใจมาลอง Char Koay Teow with King Prawn ของที่นี่เลย แล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะอร่อยจริง ร้านนี้ถ้าจะมาควรเลี่ยง peak-hour นะ ไม่งั้นยืนรอคิวยาว 😅

กินเสร็จเราก็เดินย่อยสักนิด ได้ชานมไข่มุกร้าน 85°C ที่เป็นร้าน Bakery ชื่อดังของไต้หวัน ตอนไปไต้หวันเมื่อเดือนก่อนไม่ได้ลองชิม รสชาติถือว่าใช้ได้อยู่นะ แต่ไม่ติดใจอะไร

ของคาว-ของหวานเข้าท้องเรียบร้อยก็กลับโรงแรม เตรียมพร้อมสำหรับ Training ที่จะเริ่มพรุ่งนี้เช้าได้สักที

4-8 Mar 2019

เราจะรวบยอดช่วง 5 วันที่เป็น Full Training นี้เลยแล้วกัน ทุกๆวันจะมี Agenda คล้ายๆกันคือนั่งรถ Bus ออกจากรร.มาที่ Cisco Office ที่ North Sydney –> หากาแฟแถวๆนั้นกิน เปลี่ยนร้านไปเรื่อยๆ –> เทรน –> อาหารกลางวันแถวๆนั้น –> เทรน –> กลับรร. เก็บของ เคลียร์งานพักนึง แล้วค่อยออกมาหาข้าวเย็นกินรอบค่ำๆหน่อย

Cisco North Sydney เป็น Office ใหม่ เพราะครั้งก่อนที่มาตรง office North Sydney นี่จะเป็นอีกตึกนึง โชคดีจัง เพราะที่ใหม่นี่สวยเลย มาถึงวันแรกก็ขอเริ่มจากการทัวร์ออฟฟิศเลยละกัน แบบว่าชิววิวสวย น่ามานั่งทำงานมากกกกกก มีส่วนที่เป็นครัว และที่นั่งทานข้าวเหมือนอยู่ในร้านคาเฟ่ เก๋มาก ส่วนชั้นที่เราเทรนนิ่งนี่วิว Bay สวยสุดๆ

Trainer ของเราครั้งนี้คือ Mr. Mike Bowen มาจาก  Transform Performance  ส่งตรงมาจาก UK บอกเลยว่า Mike สอนดีมาก ทั้งในแง่ของทฤษฏีและปฏิบัติ รวมทั้ง Role Play  โดย Mike จะสอน 3 วัน ส่วน 2 วันสุดท้ายจะเป็นวิทยากรคนอื่นๆที่บรรยายในหัวข้อปลีกย่อย คนละ 2-3 ชม. รวมทั้งอีกคนสำคัญคือ Financial Instructor ซึ่งจะสอนเราทำส่วนที่ทุกคนงงที่สุด แต่จำเป็นต้องรู้มากๆ เพราะทุกกลุ่มต้องทำ Financial Analysis ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากตอน Submit Business Case & Final Presentation!

พูดเรื่องเนื้อหาก็เครียด ไปดูอาหารให้ relax ลงหน่อยดีกว่า เริ่มจากบรรดากาแฟตอนเช้าก่อนละกัน ด้วยความที่ออสเตรเลียเป็นประเทศต้นกำเนิดของกาแฟ Flat White เราก็สั่งแต่เจ้านี่ทุกเช้าเลย กาแฟที่นี่รสชาติกลมกล่อมทุกร้านเลยอ่ะ ตอนเช้านี่จะเพลินกับการกิน Flat White ส่วนอาหารเช้านี่จะ default ว่าเป็น Granola Yoghurt แทบทุกวัน เพราะที่นี่ทำอร่อยมากทั้ง Granola และ Yoghurt อ่ะ ชอบๆๆๆ แต่พวก Bakery ก็อร่อยนะ สรุปกินมันทั้งสองอย่างแหล่ะ 555+

ส่วนอาหารกลางวันมีเวลา 1 ชม.ถ้วน ก็ต้องกินกันแถว office นี่แหล่ะ ทริปนี้ประทับใจร้าน Poke Bowl มาก มันดู Healthy และอร่อยด้วย  เด็ดอ่ะ อาหารกรีกใน Food Court ของ Greenwood Plaza ก็อร่อย ส่วนอาหารอินเดียกับ Mexican นี่เฉยๆ

ช่วงเย็นๆหลังจากเอาของกลับมาเก็บที่รร.รอเวลาไปหาข้าวเย็นกิน เราออกมาเดินเล่นดูวิวของ Opera House & Darling Harbor ก็จะได้อารมณ์แนวๆนี้ มันดูคลาสสิค โรแมนติกมาก มากี่ทีก็ไม่เคยเบื่อนะ ซึมซับบรรยากาศแถวนี้ไปได้เรื่อยๆเลย

ส่วนอาหารเย็นนี่ขอแยกเป็นวันๆเลยละกัน มันมี story และความประทับใจแตกต่างกัน 😁

Ribs & Burger at The Rocks

ร้านนี้เป็นร้าน Burger ที่เราประทับใจมากๆๆๆ (ให้ไป 10 ดาวเลย) เราสั่งเมนู Wagyu Bacon & Cheddar  คืออร่อยเด็ดทั้งตัวขนมปัง เนื้อที่ย่างมากำลัง Juicy รวมทั้งองค์ประกอบอื่นๆทั้งผัก เบคอน ซอส ชีส รวมทั้ง French Fries ก็อร่อยสุดๆ เรายกให้ร้านนี้เป็นร้าน Burger #1 ในดวงใจไปเลย ณ ตอนนี้

Dinner with Team at Greenwood Hotel Rooftop ที่นี่เหมาะกับการมานั่งดื่มสังสรรค์อยู่นะ อาหารรสชาติใช้ได้

อีกวันนัดเจอ Jai เพื่อนเก่าสมัยม.ต้นเลย ชีมาอยู่ออสฯนานแล้ว ไปนัดกินโจ๊กรอบดึกกันที่ Super Bowl ใน China Town ร้านนี้โจ๊กเด็ดดวง คราวที่แล้วก็ไป 😋

คืนถัดมา กลับมาซ้ำ Pancakes on the Rocks ด้วยความที่อยากกินแพนเค้กแล้วยังไม่ได้กินเลยทริปนี้ นึกร้านไม่ออก กลับมาร้านเดิมละกัน แต่เปลี่ยนสาขามาที่สาขา The Rocks แต่จะกิน Pancakes อย่างเดียวก็ไม่น่าจะอิ่ม ขอ Fish & Chips มาอีกจานด้วยเลยละกัน อิ่มชัวร์ โดยรวมยังคิดเหมือนเดิมว่าเฉยๆนะ 7/10

มาถึงคืนก่อนกลับ อีกร้านประทับใจสุดๆในทริปนี้ต้องยกให้ Hurricane’s Grill ไปเลย เราไปกินสาขา Circular Quay เพราะอยู่ใกล้รร. แต่ไปรอบดึกหน่อย เพราะไม่งั้นคิวยาวเหยียด แล้วพอดีตอนที่ไปเค้ามี Wagyu Ribs พอดี สั่งมาขนาด Half Rack อิ่มกำลังดี แต่ประทับใจ Ribs มากๆมันนุ่มอร่อย ซอสก็เด็ด กินไปเคลิ้มไป 😍

วันกลับก็นัด Redy2Go มารับที่รร. ข้อเสียของการบินไทยคือ Flight บินออกตอน 10 โมงเช้า ก็ต้องไปถึงสนามบินอย่างช้า 8:00 ต้องนัดรถมารับตอน 7 โมงเช้า สรุปเราต้องตื่นตอนประมาณ 6 โมงนิดๆอ่ะ >_<

ไปถึงสนามบินโหลดกระเป๋าเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้าไปหาของกินก่อนเลย หลังจากผ่านตม. & security แล้วเราก็ไปสิงอยู่ที่ Peroni Bar ที่อยู่ตรง Gate 56 เพราะร้านนี้ใช้ Priority Pass ได้ (ที่ Sydney Airport ไม่มี Lounge สำหรับ Priority Pass ให้เข้าไปนั่ง แต่สามารถเข้าร้านอาหาร / บาร์ หลายๆร้าน โดยใช้เครดิต 36 AUD ต่อ 1 ร้านได้ ใครมีเวลาก็เข้าหลายๆร้านก็ได้นะ 😁) แถมอยู่หน้า Gate ที่เราต้องขึ้นพอดี สั่งเป็น Buckwheat Strawberry Pancake กับ Flat White อร่อยเลยอ่ะ

นั่งจนได้เวลา Boarding ก็เดินชิวๆไปขึ้นเครื่องได้เลย

Full Flight อีกแระ ส่วนอาหารขากลับนี่ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ 😕

สรุปจบไปอีกทริปนึง ยังคงประทับใจ Sydney เหมือนครั้งแรกที่มา ทั้งบรรยากาศ และอาหาร (สำคัญมาก 555++) เดี๋ยวเดือนมิถุนาต้องบินกลับมา Present Business Case อีกรอบ แล้วเจอกันอีกนะ Sydney!! 😊

Comments