หลังจากที่เราไม่ได้ไปเกาหลีมาหลายปี บวกกับช่วงนี้ได้อิทธิพลของกินมาจากซีรียส์เกาหลีต่างๆ เลยจัดทริปเกาหลีขึ้นมาสนอง need ซะเลย ก่อนเครื่องออกมานั่งหาอะไรรองท้องที่ KLM Lounge 

งานนี้ไปกับการบินไทย เที่ยวบิน TG688 เครื่องออกตอน 22:35 ไปถึงที่ Incheon ตอน 6 โมงเช้า เครื่องรุ่นนี้เก่าๆอ่ะ พอ Take Off ไปสักพักพนักงานก็มาแจกแซนวิช หลังจากนั้น 3 ชม.เค้าก็ปลุกมากินข้าวเช้าละ

8 Oct 2019

เครื่องลงจอดเรียบร้อยเราก็ซื้อตั๋วรถไฟแบบเที่ยวเดียวเข้าเมือง ที่พักครั้งนี้เลือก Pacific Hotel ที่เมียงดง ถือว่าโอเคเลยนะ ข้ามไปฝั่งตรงข้ามก็ถึงแหล่งช้อป & กินแล้ว เรามาถึงตอนเช้าเลยฝากกระเป๋าไว้ แล้วไปเที่ยวกันก่อน

ที่แรกไปคลองชองเกซอนกันก่อน มากับทัวร์ครั้งก่อนโน้น ไม่ได้ลงมาเก็บรูปเลย มันเป็นทัวร์แบบชะโงก ได้แต่นั่งรถผ่าน

มื้อสายประเดิมด้วย Shake Shack สาขาทงแดมุน เป็นร้านที่ตั้งใจมากินมากๆ เพราะเห็นที่สิงคโปร์คิวยาวเยื้อย แต่ที่นี่ไม่มีคิวเลย กินแล้วแบบว่าฟินเว่อร์ Love มาก ให้กินทุกวันก็กินได้เลยนะ คือมันดีหมดทั้งเบอร์เกอร์/ Fries/Milk Shake เลยอ่ะ 😍

อิ่มแล้วคุณนายเปิ้ลเหลือบไปเป็นฝั่งเยื้องๆกันมีตลาดขายของ ชีก็ไม่พลาดที่จะไปเดินสำรวจ  🙄

ส่วนเรากินหนมต่อดีกว่า กับเค้กไข่อันโด่งดัง 😁

ได้เวลาก็กลับโรงแรมไป Check-in แล้วพักสักหน่อย เมื่อคืนบนเครื่องบินคือแทบไม่ได้หลับเลย ห้องที่นี่ถือว่าโอเคเลยนะเนี่ยะ

ตกเย็นเดินจากโรงแรมไป Shinsegae Duty Free ที่อยู่ไม่ไกลมาก ไปที่นี่ที่เดียวก็ได้เก็บลิสต์ของฝากท่านแม่ และคุณเพื่อนไปได้หลายอย่างละ

ค่ำๆเริ่มหิว เลยเดินเข้าไปใจกลางเมียงดง ไปกิน Jjim-Dak ร้านฮิตกันก่อนเลย สั่งแบบเนื้อไก่ติดกระดูกธรรมดาๆสำหรับ 2 คนมา จานเหมือนใหญ่นะ แต่กินเรียบ วุ้นเส้นเค้านุ่มลื่นอร่อยจริงๆ

หลังจากนั้นก็เดินย่อยหาของกินเล่นกันต่อในเมียงดง บวก shopping ไปด้วยเป็นการช่วยย่อย

ตกดึกก่อนเข้าโรงแรม ขออีกสักมื้อละกัน ประเดิมร้านไก่ทอดกับเบียร์สด ที่ร้าน Two Two Chicken สาขานี้อยู่ข้างรร.เราเลย สะดวกม้ากกกกกก แต่เสียดายเราไม่ชอบไก่แบบนี้อ่ะ มื้อนี้เลยเฉยๆนะ

9-Oct-2019

เริ่มต้นอาหารมื้อแรกของวัน(ตอนบ่ายๆ) ที่ร้าน Yoogane สั่งเมนูฮิต Chicken Galbi สำหรับ 2 คน ราคาคิดเป็นต่อคน คนละ 9500 วอน และสั่งข้าวเปล่ามาเพิ่มอีก 2000 วอนเพื่อทำข้าวผัด อร่อยเลยอ่ะ ชอบๆ บอกว่าขนาด 2 คนก็จริงแต่กินไม่อิ่มอ้ะ ถ้ามากินจริงจังน่าจะต้องสั่งเพิ่ม แต่เรากะหาของกินไปเรื่อยๆทั้งวันอยู่แล้ว เลยเก็บท้องไปกินอย่างอื่นดีกว่า

เสร็จแล้วเดินเล่นย่อยกันในเมียงดงแป๊บๆ แวะซื้อ Gongcha หน่อย อร่อยดี

ที่เที่ยววันนี้มุ่งหน้า shopping กันที่ “Express Bus Terminal” ที่เป็น Underground Shopping มีสินค้า fashion ต่างๆมากมาย ราคาไม่แรงและดูดี เราว่าขาช้อปทั้งหลายเดินได้ทั้งวัน ถ้าตั้งใจจะมาซื้อเสื้อผ้าแนะนำเอาเป้หรือกระเป๋าลากมากันเลย เพราะสินค้าน่ารักๆเยอะ และมันซื้อง่ายมาก ส่วนใหญ่จะตัวละ 10,000 วอน แต่บางร้าน sales แหลก ลดเหลือ 5,000 วอน ยิ่งจะคว้ากันไม่ทัน 🤩

ที่นี่เดินทางมาโดย”รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานี Express Bus Terminal exit 8” ก็จะเจอเลย ร้านเยอะมากมาย เดินครึ่งวันอาจจะไม่หมดได้ แนะนำกินมาให้อิ่ม แล้วมาเดินย่อยที่นี่ต่อ เดินหมด แบกของกลับรร.แล้วไปกินมื้อต่อไปได้เลย รับรองย่อยหมดเรียบ  😜

เดินเล่นอยู่ที่ Express Bus Terminal หลายชม.จนอาหารย่อยหมดไปนานแล้ว ก็ขนของพะรุงพะรังกลับมาวางที่โรงแรม ก่อนจะมุ่งหน้าหาของกินย่านเมียงดงถิ่นที่รักกันต่อ ที่นี่ของกินจริงจังเยอะ ของกินเล่นก็เยอะ ไม่คิดอะไรมากก็อยู่ย่านนี้อย่างเดียว ครบจบทุกอย่างทั้งที่กินที่ช้อปเลยนะ ของกินเล่นทั้งหมดในทริปนี้รวบรวม post ไว้ในเพจตามด้านล่างนี้ละ

ที่เมียงดงมี Line Store ด้วย ต้องแวะเดินเล่นถ่ายรูปกันซะหน่อย อิ อิ

ร้าน Art Box ก็มีหลายสาขาในเมียงดง เดินกันเพลินลืมเวลาเลย

รู้ตัวอีกทีเริ่มหิว ดูเวลา อ้าว 5 ทุ่มแล้ว?! เลยมุ่งหน้าร้าน BHC ไก่ทอดเจ้าดังอีกร้าน บอกเลยไก่ทอดร้านนี้เด็ดมาก ชอบที่สุดใน 3 ร้านไก่ทอดที่ได้ลองในทริปนี้

ทำโพสเปรียบเทียบไก่ทอด 3 เจ้าในทริปนี้ไว้ในเพจด้วยซะเลย

10 Oct 2019

วันนี้เรามีแพลนจะไปพระราชวัง Gyeongbokgung เลยมาหาอะไรรองท้องกันก่อนที่ ตลาดทงอิน กันก่อน ที่นี่เดินจากสถานี Gyeongbokgung ออกทางออก 2 แล้วเดินตรงมาเรื่อยๆราวครึ่งกม.ก็ถึงละ

เสน่ห์ของตลาดนี้คือ เราจะเอาเงินไปแลกเป็นเหรียญโบราณก่อน แล้วเค้าจะให้ถาดหลุมพลาสติกมาเพื่อเอาไปซื้ออาหารต่างๆในตลาด โดยส่วนใหญ่ก็จะใช้ 2-3 เหรียญในการแลกอาหารแต่ละอย่าง ทำให้เราสามารถทานอาหารได้หลายๆอย่างในราคาที่ถูกมาก คือประมาณ 500 วอนต่อ 1 เหรียญ หรืออย่างละ 1000-1500 วอน (เป็นส่วนใหญ่) รสชาติก็ถือว่าใช้ได้เลยนะ เน้นว่าได้ลองของกินหลากหลายในราคาที่ไม่แพงเลย

กินอิ่มแล้วก็เดินย้อนกลับไปหาร้านเช่าชุดกัน เรามาลงเอยกันที่ร้าน Hanboknam แต่จริงๆแถวๆนั้นมีหลายร้านมากนะ เลือกกันได้ตามความชอบเลย ราคาใกล้ๆกัน

ได้ชุดแล้วก็เดินไปถ่ายแฟชั่นในพระราชวัง Gyeongbokgung กันเลย ไม่ต้องกลัวว่าจะเขินนะ มีคนใส่ชุดฮันบกเป็นเพื่อนกันตรึม 😁

ถ่ายรูปจนเหนื่อยก็ไปคืนชุด แล้วมุ่งหน้าหาหมูย่างกินกันที่ฮงแด ร้าน새마을식당 (Saemaeul Sikdang) นี่เราเห็นรีวิวเยอะมากเลย แต่ร้านไม่ใช่บุฟเฟ่ต์นะ

เราสั่ง Saemaeul Bulgogi, สันคอหมู และหมูย่างเกลือ รวมทั้ง กิมจิ 7 นาทีอันเลื่องชื่อมาลอง กินแล้วประทับใจ กิมจิ 7 นาที กับ Saemaeul Bulgogi สุดละ ถ้ามาครั้งหน้าจะสั่งแค่ 2 อย่างนี้ ส่วนหมูหมักเกลือกับสันคอหมูนี่เฉยๆอ่ะ

อิ่มกันแล้วพวกเราก็เดินไป Lienjang ที่อยู่สาขาฮงแดนี่แหล่ะ ตอนแรกกะว่าจะไปดูราคา /ปรึกษา/ และขอนัดคิวล่วงหน้า แต่ตอนที่ไปถึงพอดีคนน้อย เค้าเลยถามว่าทำเลยมั๊ย ไหนๆก็ไหนๆละเลยแบบว่า ทำเลยก็ได้ฟะ จริงๆเรากะว่าจะทำแค่ไฮฟู เพราะราคาถูกกว่าเมืองไทยมาก ไปๆมาๆถามเรื่องใต้ตาเค้าด้วย เลยสุดท้ายได้ฉีดใต้ตาด้วย เห็นเค้าเรียกว่ารีจูรัน เพราะตาเราดูล้าๆ เป็นถุงๆด้วยอ่ะ สรุปที่เราทำไปรอบนี้มี Rejuran Eye (190,000) + Hifu ทั่วหน้า 400 shot (126,000) + V-Banding 9 cc (90,000) + Hifu หน้าผากเพิ่มอีก 100 shot (40700) –> แต่ได้ tax refund ด้วยนะ เค้ามีเครื่องทำ tax refund ภายในร้านเลย สะดวกดีมาก

หมอที่นี่ทำเร็วมาก เตียงก็ไม่ได้แยกเป็นห้องๆนะ นอนเรียงกันเลยจ้า พอตอนทำเสร็จออกมาดูกระจกนี่แอบตกใจเลย เพราะใต้ตาช้ำๆ ห้อเลือดเป็นถุงๆเหมือนถุงน้ำห้อเลือดอ่ะ กลัวมันแตกแล้วจะเป็นแผลเป็นมาก แต่สุดท้ายไม่เป็นนะ แต่ตาจะห้อเลือดไป 3-4 วันกว่าจะเริ่มจาง (ส่วนผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าโอเคมากในระดับนึงเลยล่ะ)

หลังจากออกจาก Lienjang เราก็พกหน้าเยินๆกลับถิ่นเมียงดง ไปเดินเล่นกัน ก่อนกลับรร.ก็แวะกิน Waffle ร้าน Poem อร่อยดีนะ

11 Oct 2019

ตื่นมาวันนี้ เราตั้งใจไปกินไก่ตุ๋นโสมร้าน Korea Samgyetang ที่อยู่สถานี City Hall ทางออก 10 (เดินต่อไป 100 เมตร)  โชคดีที่ตอนไปถึงร้านโล่งเลย ไม่ต้องรอคิว (ทัวร์ยังไม่ลง) เลยได้อาหารเร็วมาก ไก่ตุ๋นโสมมาแบบร้อนจัดๆเลย กินแล้วมันเหมือนฟื้นฟูพลับขึ้นมาเลย เมนูนี้นี่ยังไงถ้ามาเกาหลี ควรจะจัดสักมื้อ เอาไว้เป็นมื้อฟื้นฟูร่างกายหลังจากกินหนักๆมาทั้งทริป

กินอิ่มแล้วไปหาที่ถ่ายรูปกันต่อที่ มหาวิทยาลัยสตรี Ewha ที่ได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยหญิงล้วนที่ใหญ่ที่สุดในโลก!

พวกเราจัดทริปกันหลวมๆมาก เพราะจริงๆมาเน้นกิน เน้นชิว เลยไม่ได้ใส่โปรแกรมใดๆไว้สักเท่าไหร่เลย กะว่าวันนึงไปที่เดียวก็เริ่ดละ นอกนั้นเดินช้อปปิ้งซื้อของ แล้วก็หาของกินไปเรื่อยๆ เพราะงั้นพอออกจากม. Ehwa แล้วเราก็กลับเมียงดง เดินเล่น เก็บร้านของกินร้านอื่นๆต่อกันละ 😝

มาถึงเมียงดงก็ประเดิมด้วยของหวานกันก่อนรอบหัวค่ำ จะได้มีแรงเดิน กับร้าน Innisfree Green Cafe ถ้าเดินอยู่ในเมียงดงต้องเดินผ่านร้านนี้แน่ๆ เพราะเป็นร้านใหญ่เลย ส่วนของ Cafe จะอยู่บนชั้น 2  เราสั่ง “Cloud Souffle Hotcake”  กับ “Iced Green Tea Latte” โหววว คือแบบแสงพุ่ง มันอร่อยมากอ่ะ ร้านนี้ครั้งหน้าก็จะมากินอีกแน่ๆ เด็ดจริงไรจริง บรรยากาศก็ดี

ได้ของหวานแล้วมีพลังงานในการเดินช้อปต่ออีกยาว กว่าจะเริ่มหิวอีกทีก็นู่นนนน เกือบห้าทุ่ม เราก็ดิ่งไปร้านหมูย่างกันเลยสิจ๊ะ รออัลลัย เดินตาม naver map ไปที่ร้าน “Ungteori Saenggogi (Ungteori Korean BBQ)”   กันเลย ร้านอยู่ชั้นสองเยื้องๆกับ Cafe de Paris ราคาบุฟเฟ่ต์อยู่ที่ 14800/คน ร้านนี้อร่อยใช้ได้เลย แถมไม่แพง คุ้มราคามากกกกก

12-Oct-2019

วันนี้กลับไปฮงแดกันอีกรอบ อาหารมื้อแรกจัดเป็นจาจังเมียนกับจัมปง ก็อร่อยดีนะ นี่ก็เป็นอีกเมนูที่เห็นบ่อยมากๆในซีรียส์เกาหลี กับใน Youtube  เลยใส่ไว้ในลิสต์ด้วยว่ามาแล้วต้องกิน 😋

ไปต่อกันที่ 943 King’s Cross ที่ก็คือ Cafe Harry Potter กันซะหน่อย … แวะมาถ่ายรูปเล่นเฉยๆ ไม่ได้เดินขึ้นไปด้านบนหรอกนะ 555++

หลังจากนั้นก็เดินไปดู street performance หลายๆกรุ๊ป เพลินเลย แล้วก็เดินดูของไป กิน street food ไป ฆ่าเวลาได้ดีมาก 😁

รอบค่ำเดินเล่นต่อกันที่เมียงดง ก่อนเข้าโรงแรมก็แวะกินไก่ทอดเบียร์อีกร้าน วันนี้ลองร้าน Oppadak ที่อยู่ใกล้ๆร้าน BHC ที่มากินคืนก่อน ว่าไปแล้วร้านนี้ก็อร่อยเลยนะ แต่ก็ยังชอบ BHC มากกว่า

13-Oct-2019

วันนี้จะเป็นวันกลับแล้ว เรามุ่งหน้าไปร้านเด็ดที่เก็บไว้เป็นร้านในวันสุดท้าย กับร้าน Myeongdong Kyoja เป็นอีกร้านที่พลาดไม่ได้สำหรับย่านเมียงดงนี้เลย เพราะเป็นร้านที่ได้ Michelin Plate ซะด้วย น่ะสิ ในซอยเดียวกันนี้มีอยู่ถึง 2 สาขา ตอนแรกเราเดินไปสาขานึงเห็นคิวยาวมากจนถอดใจ เดินย้อนกลับมาอีกสาขานึงคนน้อยกว่า แถมคิวรันเร็วด้วย เพราะกินเสร็จก็ลุกๆกันไป ทีเด็ดของร้านคือก๋วยเตี๋ยวน้ำที่เส้นนุ่มลื่นมากๆ ส่วนเกี๊ยวนึ่งนี่ก็เด็ดไม่แพ้กัน ยังไงถ้ามาเมียงดง ต้องหาโอกาสมาลองร้านนี้นะ

ยังเหลือเวลาก่อนที่จะไปสนามบิน พวกเราเลยไปแวะกินบิงซูร้าน Sulbing กันซะหน่อย เดี๋ยวจะเหมือนมาไม่ถึงเกาหลีถ้าไม่ได้กิน เราสั่งเป็น Mango Grapefruit Sulbing อร่อยเลย แต่ที่ชอบมากเป็นพิเศษถึงขนาดที่ต้องไปสั่งเพิ่มคือไอศกรีมที่โปะมา อันนี้เด็ดจริงๆนะ

ออกจากร้านนี้เราก็กลับโรงแรมไปเอากระเป๋ามุ่งหน้าสนามบินกันละ เราลากกระเป๋ามาฝั่งเยื้องๆโรงแรม เพื่อรอรถบัสสาย 6015 ราคาคนละ 13,000 ถ้าใช้ T-Money โดยจะใช้เวลาประมาณ 80 นาทีถึงสนามบิน ก็ถือว่าสะดวกดีนะ เพราะเดินข้ามถนนหน้าโรงแรมมาก็ขึ้นรถได้เลย

หลังจากเช็คอินเสร็จเรียบร้อย ก็แวะไปนั่งกิน (อีกแล้ว) ใน Asiana Business Lounge อาหารในเลานจ์นี้ถือว่าโอเคเลยนะ ที่นี่ค่อนข้างใหญ่ แถมมีเก้าอี้นวดด้วย เรามีซื้อไก่ทอดจากด้านนอกมาแจมอีกด้วย ทริปนี้กินไก่ทอดไปหลายร้านจริงๆนะเนี่ยะ 555++

ขากลับ Flight TG655 ออกจาก Incheon ตอน 21:10 ถึงสุวรรณภูมิตอน 1:10 จบทริปกินจนกลิ้งไปอีกทริป แต่ประทับใจมาก คงเพราะเราชอบอาหารแนวเกาหลี ทุกร้านที่กินทั้งแบบที่กินในร้านและแบบ street food ก็ถูกปากหมด (หรือเราเป็นคนกินง่ายหว่า 😂)

Comments