มาถึงการรักษาอีกเรื่องของท่านแม่ คือแม่มีอาการปวดขามาหลายปีแล้ว จะนั่งจะนอนจะเดิน ก็จะปวดเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ก็ใช้วิธีไปนวด เพราะแม่มั่นใจมากๆว่าปวดเส้นแน่นอน เราเองก็บอกว่าอาจจะเป็นข้อเข่าเสื่อมนะแม่ ไปหาหมอเถอะ แม่ก็เถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่ใช่ๆเป็นเส้นแน่นอน เลยเหนื่อยจะเถียงกับเค้า สุดท้ายปวดทนไม่ไหว ให้บรรดาหมอนวดทั้งหลายนวดเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น เลยต้องยอมเชื่อเราบ้าง คือไปหาหมอกระดูกดูสิว่าเป็นอะไร เนื่องจากการรักษาเรื่องมะเร็งเต้านม & ตัดถุงน้ำดี แม่รักษาที่รามาธิบดีมาตลอด แม่เชื่อมั่นกับการรักษาของหมอที่นี่มาก การรักษาทั้งหมดต่อจากนี้ของแม่ก็เป็นกับที่รามาธิบดีนี่แหล่ะ

แม่ได้นัดเข้าตรวจวันที่ 9-Sept-2018 กับอ.นรเทพ กุลโชติ ที่ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ โดยนัดเป็นคลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ  หลังจากที่คุณหมอคุยสอบถามอาการแล้วก็ส่งแม่ไปทำการ X-Ray  ผลที่ได้ก็ยืนยันว่าข้อเข่าเสื่อมจริงๆ และลักษณะเข่าโก่งเข้าหากันด้วย คนทั่วไปเค้าจะโก่งออก แต่ของแม่นี่โก่งเข้า มีอาการเสื่อมทั้งขาขวา-ซ้าย ซ้ายยังไม่เท่าไหร่ แต่ขาขวานี่หนักเพราะดูกระดูกด้านบน-ล่างเคลื่อนมาชิดกันแล้ว เวลาเดินมันก็จะสีกัน สรุปต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเท่านั้น ซึ่งแม่ก็ถามนะว่าเปลี่ยนไปเลยสองข้างพร้อมกันได้ไหม แต่คุณหมอบอกว่าไม่แนะนำนะ เห็นภาพ X-Ray ชัดเจนแบบนี้ บวกกับที่คุณหมออธิบายแล้ว แม่เลยต้องยอมทำการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า โดยขอนัดวันกับอ.หมอล่วงหน้าเป็นช่วงปลายปี ธค.2018 เพราะแม่มีคิวผ่าถุงน้ำดีก่อนในเดือนตค. ต้องเว้นระยะสัก 2 เดือน แล้วค่อยมาผ่าข้อเข่าต่อ

หลังจากนัดวันกับทางคุณหมอแล้ว ขั้นตอนก็จะเหมือนๆเดิม คือต้องขึ้นไปชั้น 4 ที่แผนกเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด เพื่อไปทำการจองห้องพักแบบที่ต้องการ รวมทั้งพยาบาลจะทำการประเมิณค่าใช้จ่ายคร่าวๆ (ประเมิณค่ารักษาอยู่ที่ 240,000 บาท สำหรับการเปลี่ยนเข่าขวาข้างเดียว รวมทุกอย่างแล้ว) และทำนัดวันที่ต้องเข้ามาตรวจเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดให้เราด้วย โดยปกติก็จะนัดเข้ามาตรวจก่อนผ่าตัดราวๆ 2 อาทิตย์ อย่างของแม่นัดผ่าตัดวันที่ 20-Dec ก็นัดเข้ามาตรวจ 7-Dec

7-Dec-2018

เข้ามาตรวจเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด โดยต้องงดอาหารมาล่วงหน้า เพราะจะมีการเจาะเลือดก่อน ตามด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจเสร็จก็รอพบหมอวิสัญญีกับอยุรกรรม เพื่อประเมิณว่าร่างกายเราพร้อมที่จะเข้ารับการผ่าตัดหรือเปล่า โดยผลรวมทุกอย่างของแม่ทุกอย่างโอเค สามารถผ่าตัดได้ตามกำหนดการ

19-Dec-2018

เราพาแม่เข้ามาถึงรพ.ตอน 17:00 ตามที่ทางรพ.โทรมาแจ้งเวลาไว้เมื่อวาน วันนี้ไม่มีการทำอะไรทั้งนั้น แค่เข้าห้องแล้วก็นอน ห้ามกินน้ำและอาหารหลังสี่ทุ่ม เพราะต้องเตรียมผ่าตัดวันรุ่งขึ้นตอน 6 โมงเช้า (แอบคิดว่าหมอที่นี่ทำงานเช้ามาก เริ่มผ่ากัน 6 โมงเลยแฮะ) ห้องครั้งนี้เป็นห้อง Deluxe แบบเดียวกับที่มาผ่าตัดถุงน้ำดีครั้งก่อน ราคาค่าห้อง 4,000 บาทต่อคืน ไม่รวมค่าบริการพยาบาล 1,000 บาทต่อคืน + ค่าบริการโรงพยาบาล 500 บาทต่อคืน รวมแล้ว = 5,500 บาท/คืน ราคานี้ไม่รวมค่าอาหารอีกวันละ 600 บาท แต่เราไม่รับ เพราะจำได้จากครั้งก่อนคือแม่ไม่ชอบอาหารของที่นี่เลย และครั้งนี้ทานอาหารทุกอย่างได้ตามปกติไม่ต้องระวังอะไร เราเลยจัดการซื้อมาให้กินเองทุกมื้อถึงในห้อง เพราะแม่เราเป็นคนเลือกกินมากกกกกกก 😅

20-Dec-2018

4:00AM พยาบาลมาปลุกให้อาบน้ำเตรียมแต่งตัวเปลี่ยนชุดเข้าห้องผ่าตัดตั้งแต่ตี 4

5:00AM  ตอนตี 5 ก็มีรถเข็นมาพาเข้าห้องผ่าตัดเพื่อไปเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเริ่มผ่าตัดตอน 6 โมงเช้า สีหน้าแม่เป็นกังวลมาก ก็เหมือนทุกครั้งก่อนที่จะเข้าห้องผ่าตัดอ่ะเนอะ เป็นใครก็ต้องกังวล เราก็เดินไปส่งและให้กำลังใจจนถึงหน้าห้องผ่าตัดเหมือนเดิม โดยหมอแจ้งไว้ก่อนแล้วว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่านี้จะใช้วิธีการบล็กหลัง และให้ยานอนหลับ

ประมาณ 9 โมงเช้า เจ้าหน้าที่ก็เข็นแม่กลับมาที่ห้องเรียบร้อย แม่รู้สึกตัวตอนเข็นเข้ามา ขาขวาถูกพันไว้ มีสายระบายเลือด รวมทั้งมีสายสวนปัสสาวะมาด้วย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเดินไปเข้าห้องน้ำเองในช่วงวันแรกๆ และทางพยาบาลก็จะทำการประคบเย็นไปเรื่อยๆแทบจะตลอดเวลาเพื่อช่วยลดบวมลดปวดไปตลอดทุกวันที่อยู่รพ. (และพอกลับบ้านก็ให้ประคบเย็นไปเรื่อยๆด้วย)

พอราวๆสิบโมงก็มีเจ้าหน้าที่เอาเครื่อง X-Ray เข้ามา X-Ray กันถึงในห้องเลย

ด้วยฤทธิ์ยานอนหลับ แม่เลยยังหลับไปเรื่อยๆ แต่พอช่วงเที่ยงๆเราก็ปลุกให้กินข้าว เพราะพยาบาลบอกว่าสามารถทานข้าวได้เลยตามปกติทั้งข้าวและขนม ระหว่างที่อยู่บนเตียงนี่ก็จะมีหมอนรองไว้ใต้ขาตลอด ถามแม่ว่าปวดไหม บอกว่าไม่ปวดอะไรแฮะ

21-Dec-2018

อ.หมอมาเยี่ยมบอกว่าตอนนี้ขาตรงแล้วนะ การผ่าครั้งนี้ก็เป็นการผ่าเปลี่ยนข้อเข่าทั้งหมดเลย เพราะเสื่อมหมดแล้ว ตอนนี้จาก X-Ray ล่าสุดคือขาตรงหมดแล้ว แต่วันนี้ทางคุณหมอยังไม่ได้ให้ลงมาเดิน โดยระหว่างนี้ทางพยาบาลจะมาเช็ดตัวให้ รวมทั้งยังคาสายปัสสาวะเอาไว้ก่อน

22-Dec-2018

อ.หมอมาเยี่ยม พร้อมทั้งทำการเปลี่ยนผ้าพันแผล และเอาสายต่างๆออก เลยได้เห็นแผลที่ค่อนข้างยาว เสร็จแล้วทางอ.หมอก็สอนเดินเองเลยกับ Walker ดูแล้วสามารถเดินได้ แต่คือเข่าจะยังไม่มีแรงเท่าไหร่ ส่วนแผลก็จะปวดๆแผลภายนอก แต่ภายในเข่าไม่มีอาการปวดอะไร แต่วันนี้แม่ Happy อย่างน้อยก็เดินลงจากเตียงไปเข้าห้องน้ำเองได้แล้ว 😊

23-Dec-2018

วันนี้คุณหมอให้กลับบ้านได้แล้ว เร็วกว่าที่คาดแฮะ คือสรุปผ่าตัดเสร็จแล้วนอนต่ออีกแค่ 3 คืน (ถ้ารวมคืนแรกที่มานอนเตรียมความพร้อมก็ทั้งหมด 4 คืน) เราออกจากรพ.บ่ายๆเพราะรอมิตรรักแฟนเพลงของแม่มาเยี่ยมให้หมดก่อน 😅

ก่อนกลับก็ไปเคลียร์ค่าใช้จ่ายกัน การรักษาครั้งนี้จบลงที่ราคา 213,691 บาท สำหรับการเปลี่ยนข้อเข่าขวาข้างเดียว เราจ่ายเงินไปก่อน แล้วไปเบิกประกันของ AIA ของแม่ ที่ตอนหลังได้เงินคืนมา  67,900 บาท ซึ่งก็ดีกว่าไม่ได้ สรุปเลยจ่ายเองทั้งหมดที่ 145,791 บาท ทางคุณหมอนัดมาตรวจพร้อมตัดไหมอีกทีวันที่ 6-Jan-2019 เลย คิดว่าถ้าไม่ติดปีใหม่อาจจะได้ตัดไหมเร็วกว่านี้ล่ะมั๊ง แต่ก็ช่างเถอะ ตัดช้าจะได้ชัวร์ว่าแผลสนิทแล้วแน่ 555+

สำหรับวัสดุของเข่าที่ใช้เปลี่ยน เอาจริงๆเราไม่มีความรู้หรอกว่าอะไรดีไม่ดี แต่ตอนคุยกับหมอตั้งแต่แรกก็บอกว่าขออย่างที่ดีๆเลยค่ะ สุดท้ายมาดูจากรายละเอียดค่าใช้จ่ายเอาเอง ก็เลยรู้ว่าใช้เป็นของ Attune S+ เอาจริงๆก็ไม่รู้จักหรอก แต่ไป Google ดูจะเห็นว่าจะมีรายการตามนี้ นอกนั้นจะเป็นพวก accessories เสริมอื่นๆ

  1. S+ Attune FB Cemented Tibal = 23,584 บาท
  2. S+ Attune PS Cemented Femoral = 49,500 บาท
  3. S+ Attune PS FB Insert = 9,844 บาท
  4. S+ Attune Medialized Dome = 2,400 บาท

ก่อนออกจากรพ.หาวิธีการขึ้นรถให้แม่ดูก่อน จะได้รู้ว่าควรทำไง สรุปง่ายๆคือต้องให้นั่งหน้าข้างคนขับ และต้องสไลด์เบาะไปด้านหลังมากๆไว้ก่อนเพื่อให้มีที่ว่างในการเอาขาเข้ามาและวางขาได้สะดวก วิธีการเป็นไงดูต่อในคลิปได้เลย

กลับมาถึงบ้านนี่ยากหน่อย เจอสเต็ปก่อนเข้าบ้านแค่สเต็ปเดียวนี่กว่าจะก้าวขึ้นไปได้ก็พักนึงเลยนะ แนะนำสำหรับใครที่จะต้องผ่าตัดข้อเข่า ควรจัดหาที่นอนชั้นล่างของบ้านเลย และควรมีราวกันลื่นติดไว้ในห้องน้ำด้วย เราเองก็ลืมคิดเรื่องนี้ไปเลยจนวันสุดท้ายก่อนออกจากรพ. รีบแวะ Homepro ซื้อมาให้ช่างติดให้เลย ของเราซื้อเป็นแบบตัว T เพราะทั้งสองด้านของชักโครกไม่ได้ติดกำแพง ตอนที่ซื้อราคาโปรโมชั่นเหลือ 1,090 บาท ไม่รวมค่าติดตั้ง ค่อนข้างจำเป็นเลยนะราวนี้ เพราะแม่ต้องมีที่ยึดเพื่อช่วยในการลุกจากการนั่งชักโครก

หลังจากนั้นก็ลองหาว่าควรจะต้องทำกายภาพอะไรให้แม่ยังไง โดยหลักๆก็ดูจาก Youtube ต่างประเทศบ้าง ไทยบ้าง แต่ถ้าเป็นของไทย ของรพ.ศิริราชนี่ทำออกมาได้ครอบคลุมดีนะ ของรพ.เปาโลก็ดี แต่แม่เราค่อนข้างงอแง  คือเค้าทำแล้วบอกว่าทำไม่ได้มันจะตึงบ้างปวดบ้าง ก็จะไม่ยอมทำ เราต้องคอยช่วยทำ ทีละนิดๆหน่อยๆก็ยังดี

ช่วงอาทิตย์แรกหลังจากผ่าตัดจนกลับมาถึงบ้าน แม่ก็ยังแค่เดินๆอยู่ในบ้านโดยใช้ Walker เป็นหลัก เวลาจะขึ้นเตียงต้องใช้แขนช่วยยกขาที่ผ่าตัดขึ้นบนเตียง เพราะเข่ายังไม่มีแรงพอที่จะยกขึ้นได้เอง ระหว่างนี้ก็ประคบเย็นไปเรื่อยๆเพื่อลดบวม และเราก็ช่วยทำกายภาพบางท่าไปเรื่อยๆ และเตือนให้แม่ทำเองบ้าง พอวันที่ 8 เราก็เลยชวนแม่ออกไปฝึกเดินหน้าบ้านดูก็เดินได้ประมาณในคลิปนี้ 😁

6-Jan-2019 –> หมอนัด Follow-Up และตัดไหมไปพร้อมๆกัน แผลยาวประมาณ 13 ซม. ตอนตัดไหมเหมือนแม่ก็เจ็บๆเหมือนกันนะ แต่อยู่ในระดับที่ทนได้ หมอบอกว่าแผลดูดี หมอเอาผล X-Ray ให้ดูและบอกว่าจากนี้เข่าก็ตรงแล้วนะ จากนี้ไปให้ฝึกเดินให้เยอะๆเลย เดี๋ยวนัด Follow Up อีกที 1 เดือนข้างหน้า หลังจากตัดไหม ก็ยังต้องประคบเย็นไปเรื่อยๆ แม่บอกว่าไม่ได้เจ็บแผล แต่ประคบแล้วจะรู้สึกว่ามันสบายกว่าไม่ประคบ เพราะงั้นก็ประคบกันไปยาวๆ ซึ่งก็ดี เพราะอาการบวมหายเร็วดีมากเลย

13-Jan-2019 หลังจากผ่าตัดมาได้ 24 วัน การเดินก็จะได้ประมาณในคลิป คือแม่เลิกใช้ Walker มาตั้งแต่ผ่าตัดครบ 2 อาทิตย์ ส่วนไม้เท้านี่ถ้าอยู่ในบ้านก็แทบไม่ค่อยได้ใช้เลย แกจะรำคาญ แต่ถ้าออกนอกบ้านยังต้องใช้อยู่ ถามว่าเดินแล้วเจ็บไหม บอกว่าไม่เจ็บ แต่ที่เดินยังไม่ปกติเพราะแผลยังตึงอยู่ สรุปแล้วแม่บอกเลยว่าผ่าตัดมานี่ดี เพราะอาการที่เคยปวดก่อนผ่าก็ไม่ปวดแล้ว จนมาถึงตอนนี้ก็ยังประคบเย็นอยู่นะ แม่บอกว่าประคบแล้วสบายดี เพราะถึงจะไม่ได้เจ็บหรือปวดอะไร แต่มันจะรู้สึกรำคาญๆตึงๆ

วันนี้พาไปทำบุญที่วัดมาด้วย ท้ายคลิปมีวิธีการขึ้นรถให้ดูด้วย ขึ้นคล่องละ 😁

3-Feb-2019 ไป Follow Up ครั้งที่สอง หมอบอกว่าโอเคดีทุกอย่างเลย แต่บอกให้แม่เริ่มเดินเยอะๆหน่อยได้ละ คือที่ผ่านมาแม่จะงอแงไม่ค่อยอยากเดิน เพราะเดินแล้วเมื่อยๆและเหนื่อยง่าย หมอบอกว่าเพราะขายังไม่แข็งแรง ต้องเดินเยอะๆ มันจะได้แข็งแรงเร็วๆ ดูดิเราบอกแล้วไม่เชื่อ พอหมอบอกแบบนี้ก็ดีนะ แม่เลยเชื่อง่ายเลย อิ อิ หมอบอกว่าปกติทุกอย่างกว่ามันจะเข้าที่เข้าทางเหมือนเดิมอาจจะเกือบถึึง 6 เดือนนะ ให้ใจเย็นๆ 😅

6-Feb-2019 แม่เริ่มขับรถเองเป็นครั้งแรก บอกว่าสบายมาก เดินยังยากกว่า การขับรถนี่สบายเลย เป็นงั้นไป  😅 สรุปก็เหมือนที่หาข้อมูลในเวบมาเลยนะ ว่าคนส่วนใหญ่ก็สามารถขับรถได้ช่วงประมาณ 6 สัปดาห์หลังผ่าตัด

9-10-Feb-2019 ตอนนี้เปลี่ยนไม้เท้าจากแบบสามขามาเป็นแบบที่เล็กลงลง เวลาเอาไปไหนๆจะได้ไม่เกะกะ แถมดูดีกว่าแบบ 3 ขาด้วย เพราะตอนใช้แบบ 3 ขาแม่จะไม่ค่อยอยากใช้ เราเดาได้เลยว่าเค้าเขินเพราะหน้าตามันดูไม่ดีเท่า อันนี้เราสั่งซื้อจาก shopee ถูกมากๆ แค่ร้อยกว่าบาท แถมใช้ดี พับได้ มีไฟฉายด้วยนะ 555  พาแม่ไปพัทยา ครบประมาณ 7 สัปดาห์หลังผ่าตัดพอดีเลยถ่าย video update การเดินมาให้ดู ช่วงนี้ดูเดินคล่องขึ้นละ แต่แม่บอกว่าเดินแล้วยังเมื่อยง่ายอยู่ ก็เลยบอกว่าต้องพยายามเดินให้เยอะตามที่หมอบอกนะ จะได้ขาแข็งแรงเร็วๆ

1-Mar-2019 ผ่านมาประมาณเกือบ 10 สัปดาห์หลังผ่าตัด แม่เดินได้ยาวขึ้นกว่าเดิมมาก ก่อนหน้านี้เดินได้ ไม่เจ็บแต่จะเมื่อยเร็ว ต้องคอยพักเป็นระยะๆ ตอนนี้เดินได้ยาวขึ้นเรื่อยๆโดยไม่ต้องหยุดพัก ถือว่ามีพัฒนาที่ดีมาก ช่วงที่ผ่านมาให้แม่พยายามเดินเยอะๆทุกวัน เค้าก็ไปเดินเที่ยวห้างบ้าง เดินเล่นแถวๆบ้านบ้างทุกวัน ขึ้นๆลงๆบันไดทุกวัน ทำให้ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตลอด ตอนนี้ไม่ต้องห่วงกังวลอะไรละ ใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม แต่ยังพกไม้เท้าอันเล็กไปไหนๆอยู่ เพราะเดินยาวๆก็ยังมีเมื่อยอยู่ ก็ยังเอาไว้ช่วยพยุงได้เป็นระยะๆ

Note: สำหรับคนที่มีคำถาม สามารถเข้าไปพูดคุยกันได้ที่เพจ  Eat & Travel by Abbster.Net เป็นเพจที่เน้นเรื่องกินเรื่องเที่ยว แต่เข้าไปฝากคำถามไว้ได้น๊า 😊

Comments