หลังจากที่แม่ได้ผ่านการรักษามะเร็งเต้านมมาได้ราวๆ 3 ปีนิดๆ โดยช่วง 3 ปีกว่าที่ผ่านมาก็ใช้ชีวิตมาตามปกติ จู่ๆแม่ก็เริ่มมีอาการมึนหัว สุดท้ายเจอว่าเป็นมะเร็งลามขึ้นไปที่สมอง บทความนี้จะเป็นการบันทึกการรักษาในส่วนของมะเร็งสมองล้วนๆ

3-Jun-2021 ช่วง 1-2 เดือนก่อนหน้านี้ แม่บอกว่ามีอาการมึนๆหัว เป็นๆหายๆ ระหว่างนี้ดูค่าความดันค่อนข้างสูง เลยปรึกษากับทางเจ้แสง/เจ้สาย ก็บอกว่าให้ลองคุมเรื่องความดัน แต่ก็ดูไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไหร่ จนมาถึงวันนี้เกิดมีอาการอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด คือเดินแทบไม่ได้ ดูเป็นอาการที่ไม่ปกติแล้วล่ะ เราเลยรีบพาแม่ขึ้นรถไปรพ.วิภาวดีฯที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน  ตอนแรกก็อยากจะพาไปรามาฯที่แม่มีประวัติการรักษานะ แต่โทรไปถามแล้วที่นั่นบอกว่าไม่สามารถ walk-in ได้ ต้องนัดก่อนล่วงหน้าอย่างเดียว เราเลยพามารพ.วิภาวดีก่อนเลย

มาถึงเช็คเจอว่ามีไข้หน่อยๆ ทางรพ.เลยแยกตัวออกมาที่คลีนิคด้านนอกก่อน ตอนนั้นหมอเช็คเบื้องต้นแล้วก็ไม่สามารถบอกได้ว่าที่มึนหัวไม่หายและเกิดอาการอ่อนแรงเกิดจากอะไร เราเลยขอให้ตรวจเท่าที่คิดได้ให้หมด ทั้งตรวจโควิด (ผลออกมา negative), CT สมอง (เพราะมีอาการมึนหัวมาหลายอาทิตย์ติดต่อกัน), และหมอก็เก็บตัวอย่างเลือดไปเพาะเชื้อด้วย ระหว่างนั้นเราขอให้หมอ admit นอนรพ.เลย เพราะถ้ากลับบ้านไป เดี๋ยวอาการจะไม่ดี อย่างน้อยอยู่รพ.เพื่อ monitor อาการก่อนดีกว่า หมอก็โอเคตามนั้น พอช่วงบ่ายทางรพ.พาแม่ไปเจาะเลือด ต่อด้วยทำ CT Scan แล้วมานอนให้น้ำเกลือรอในห้อง

พอตอนค่ำๆคงเพราะให้น้ำเกลือไป เริ่มมีแรงงแล้ว ลุกขึ้นมากินข้าว ดูละครได้ ค่อยโล่งใจไปนิดนึง

ตอนค่ำๆ ไปแอบถามผล CT จากพยาบาล แล้วก็เป็นอย่างที่กลัวเลย คือ เจอว่ามีก้อนเนื้อในสมอง!!! พยาบาลบอกว่าเดี๋ยวต้องรอคุยกับหมอสมองต่อในวันรุ่งขึ้น ณ จุดนี้คิดได้อย่างเดียวเลยว่ามะเร็งน่าจะลามมาที่สมองแน่ๆแล้วล่ะ 😣

4-Jun-2021

คุณหมอด้านสมอง (ภัทรวิทย์ รักสกุล) อ่านผลแล้วก็สรุปบอกว่าจากเจอก้อนเนื้อขนาด 3.3 * 2.8 * 3.2 ใน left posterior parietal lobe (สมองกลีบข้างฝั่งซ้าย) สมองส่วนนี้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการรับรู้ความรู้สึกสัมผัส และรับรู้ตำแหน่งของร่างกายส่วนต่าง ๆ  เลยไม่น่าแปลกใจที่แม่มีอาการอ่อนแรงทางด้านขวา เลยสั่งให้ทำ MRI เพิ่มเติม ระหว่างวันหมอสั่งฉีด Dexamethason เพื่อลดอาการบวมเป็นระยะๆ อาการแม่ก็ดีขึ้น แต่ผลข้างเคียงคือหิวบ่อยมากๆ พอช่วงค่ำๆคาดว่าผลน่าจะออกแล้วก็เลยขอดูผล MRI จากพยาบาล ก็ถ่ายรูปและ video ส่งไปปรึกษาเจ้แสง ว่าจะผ่าที่รพ.วิภาวดีไปเลยดีมั๊ย ทางเจ้ก็บอกว่าขอเวลา consult กับทางอ.ที่รามาฯก่อนดีกว่า เพราะอยากให้ไปรักษาต่อที่นั่น

5-Jun-2021

หลังจากดูผล MRI แล้วหมอก็บอกว่าการรักษาคือต้องผ่าตัดเอาก้อนในสมองนี้ออก ดูจากตำแหน่งแล้วสามารถผ่าตัดได้ เพราะก้อนอยู่ติดกะโหลกศรีษะเลย แต่เนื่องจากช่วงเช้าทางเจ้แสงแจ้งว่าติดต่อนัดกับทางคุณหมอ อัตถพร บุญเกิด ซึ่งเป็นอ.หมอด้านสมองที่รามาฯให้ได้แล้วในวันพุธหน้า (9-Jun-21) และให้ทำเรื่องย้ายมาผ่าตัดที่รามาฯดีกว่า เราเลยแจ้งคุณหมอไปว่าขอให้ช่วยทำเรื่องส่งตัวไปผ่าตัดต่อที่รามาฯให้หน่อย และก็ขอผล CT/MRI ใส่ CD พร้อมใบส่งตัวจากทางพยาบาลมาด้วย จะได้เอาไป load เข้าระบบที่รามาฯพร้อมให้หมออัตถพรดูในวันนัดได้เลย

วันนี้ก็เลยจะได้ออกจากรพ.ไปรอพบอ.อัตถพร อาทิตย์หน้า เราขอหมอออกจากรพ.ตอนเย็นๆไปเลย เพราะจริงๆเราเข้ามาในห้องช่วงบ่ายอยู่แล้ว ทางรพ.แจ้งว่าสามารถอยู่ต่อได้หลังเวลาที่เข้ามาในห้องอีกไม่เกินหกชม. เลยกะว่าให้แม่อยู่ยาวๆไปจนเย็นแล้วค่อยกลับดีกว่า ระหว่างนั้นก็มีเพื่อนๆและญาติมาเยี่ยม

ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ค่าห้อง 2 คืน + ตรวจโควิด + CT/MRI + ค่ายา ค่าแพทย์ พยาบาล อาหาร และอื่นๆรวมๆกัน 51,727 บาท เบิกประกันของแม่ได้ราวๆครึ่งนึง หมอจ่ายยา Dexamethason ชนิดเม็ดให้กลับมากินที่บ้านด้วย เพื่อให้ลดบวมไปเรื่อยๆควบคุมอาการไปก่อนที่จะไปพบอ.อัตถพร อาทิตย์วันที่ 9-Jun

9-Jun-2021

มาพบอ.อัตถพร ที่รพ.รามาฯ คุณหมอดูผลแล้วบอกให้เตรียมผ่าวันศุกร์ 11-Jun ที่จะถึงได้เลย (รู้มาจากเจ้แสงว่าช่วงนี้ห้องผ่าตัดรพ.จะว่าง เพราะเค้างดการผ่าตัดถ้าไม่จำเป็น เนื่องจากสถานการณ์โควิด) กลายเป็นว่าวันนั้นแม่ได้ admit เข้ารพ.โดยไม่ได้คาดหมายและไม่ได้เตรียมตัวอะไรกันมาเลย รวดเร็วสายฟ้าแล่บเกินคาดมาก เพราะงั้นพอหาหมอเสร็จก็เลยต้องไปดำเนินเรื่องต่างๆ เริ่มจากพาแม่ตรวจโควิดก่อน และรอจนผลออกถึงจะขึ้นไปบนตึกผู้ป่วยได้

ระหว่างรอผลตรวจโควิดก็ต้องไป x-ray หน้าอก/ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ/ตรวจเลือด และติดต่อเรื่องห้อง แต่ด้วยความที่ไม่ได้จองห้องไว้ก่อน แม่เลยต้องเข้าไปนอนในห้องรวมบนตึก 1 ก่อน ที่วอร์ดนี้เค้าจะให้คนเยี่ยมได้แค่แป๊บๆ และนอนเฝ้าไม่ได้ สรุปวันนั้นกว่าแม่จะได้ขึ้นตึกก็เย็นเลย

ขึ้นตึกได้ไม่นานแม่ต้องไปทำ MRI อีกรอบนึง ทางหมอบอกว่าเพื่อใช้ในการเตรียมผ่าตัด พอค่ำๆเรากลับบ้านไปแล้ว มี surprise ต่ออีกระลอกคือแม่โทรมาบอกว่าหมอแจ้งว่าเลื่อนการผ่าตัดมาเป็นพรุ่งนี้เช้าตอน 9 โมงแทนแล้วนะ!! คือแบบอะไรจะเร็วแบบไม่ต้องตั้งตัวกันขนาดนี้?! 😅

10-Jun-2021 – วันผ่าตัด ออกจากบ้านพร้อมกับโดม ไปถึงที่รพ.ตั้งแต่ก่อน 8 โมง ยังไงก็ต้องให้กำลังใจแม่ก่อนผ่าตัด เพราะถึงแม่จะผ่านการผ่าตัดมาหลายรอบแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นการผ่าตัดสมอง เราเองจริงๆก็หวั่นใจอยู่ว่ามันจะมีผลกระทบอะไรไหม ทั้งกับการเคลื่อนไหว ความจำ ฯลฯ ได้แต่ภาวนาให้ไม่มีผลกระทบอะไร 🙏 เสี่ยโดมถึงกับถอนเงินสดเอาไปเป็นกำลังใจ บอกแม่ว่าเดี๋ยวหายออกจากรพ.แล้วให้ตังค์ใช้นะ คุณนายแม่เลยยิ้มร่าแบบในรูป 😁

แปดโมงหน่อยๆก็มีเจ้าหน้าที่มาเข็นไปห้องผ่าตัดที่จะเริ่มราวๆ 8:30 สู้ๆนะแม่ ✌

พอแม่เข้าห้องผ่าตัดแล้วพวกเราก็กลับบ้านกัน มีธุระต้องไปเคลียร์ทั้งเรื่องการจัดบ้าน และเคลียร์เรื่องงาน พอช่วงบ่ายเจ้แสงก็แวะไปดูให้บอกว่าแม่ออกจากห้องผ่าตัดแล้ว และกำลังพักฟื้นอยู่ในส่วนที่เป็น mini ICU ถ้าไม่มีอะไร เดี๋ยวหลังจากนี้ค่อยถูกย้ายออกไปห้องธรรมดา ช่วงเย็นเราแวะไปดูแม่ แม่ยังหลับๆไม่ตื่น แต่รู้สึกตัวมาพูดด้วยนิดหน่อย แต่น่าจะยังเพลียมากอยู่ เลยปล่อยแกนอนไปในวันนี้

11-Jun-2021 วันนี้แม่ถูกย้ายออกมาอยู่ห้องรวมด้านนอกละ จริงๆเราติดต่อห้องเดี่ยวไว้ให้แม่แล้วแหล่ะ แต่เราอยากให้อยู่ในสายตาพยาบาลก่อนในช่วง 1-2 วันแรก เพราะถ้ารีบย้ายเข้าห้องเดี่ยว เราเองก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่าจะมีอะไรไหม เพราะนี่มันคือผ่าสมอง ยังไงให้อยู่ใกล้พยาบาลก่อนจะสบายใจกว่า เลยบอกแม่ว่าแม่อยู่ห้องรวมอีกคืนนะ พรุ่งนี้ถ้าไม่มีอะไรจะย้ายออกไปห้องเดี่ยว แม่ก็โอเค แต่วันนี้เห็นแกเดินเข้าห้องน้ำเองได้แล้ว พูดจารู้เรื่อง ความจำทุกอย่างปกติ กินข้าวได้ตามปกติ ลองให้เขียนหนังสือดูก็เขียนได้ และไม่มีอาการเจ็บปวดแผลอะไร ก็โล่งใจไปเยอะแล้ว 😊

12-Jun-2021

ทางตึกสิริกิตต์ที่เราติดต่อจองห้องไว้ว่าต้องการย้ายแม่เข้ามาวันนี้ โทรมา confirm ว่าได้ห้องตอนราวๆ 9 โมงเช้า เราเลยเข้าไปติดต่อทางตึกตอนสิบโมงกว่าๆ ทางตึกจะให้ใบตรวจโควิดมา เพราะคนที่จะเฝไข้ต้องไปตรวจโควิดก่อนถึงจะเฝ้าไข้ได้ และห้ามเปลี่ยนคนเฝ้า + งดคนเยี่ยม ค่าตรวจโควิดสำหรับคนที่จะเฝ้าไข้ 1,900 บาท  และกว่าผลจะออกก็ค่ำๆเลย ส่วนแม่ก็ได้ย้ายเข้าห้องเดี่ยวเลยตั้งแต่เที่ยง แต่ระหว่างที่เรารอผลตรวจโควิดทางพยาบาลก็ให้ขึ้นตึกนะ แต่บอกว่าต้องสวมหน้ากาก 2 ชั้นไว้ตลอดเวลา  😷 กว่าผลจะออกก็ค่ำๆเลย สรุปว่า Negative นะ   ห้องที่นี่ค่อนข้างกว้างเลยนะ อาหารที่ตึกนี้ถือว่าดีเลย ทั้งหน้าตาและรสชาติ แถมมีของว่างรอบบ่ายให้ด้วย คือกินกันทั้งวัน คุณนายแม่ปลื้ม

ระหว่างพักฟื้นเราก็ซื้อสมุดคัดลายมือมาให้ฝึกไปด้วย ช่วงเย็นๆก็พาเดินเล่นอยู่บนชั้น จะได้ฝึกเดินไปด้วย เป็นการออกกำลังแบบเบาๆ

15 Jun 2021 แม่นอนที่ตึกสิริกิตต์ต่อมาอีก 3 คืน รวมแล้วก็คือนอนอยู่รพ.ทั้งหมด 6 คืน ก่อนผ่าตัด 1 คืน และหลังผ่าตัดอีก 5 คืน อาการทุกอย่างดูดี หมอเลยให้กลับบ้านได้ในวันนี้ ค่ารักษาทั้งหมด 173,131.55 บาท เคลมประกันไปได้ส่วนนึง

ระหว่างนี้ยังห้ามสระผม ส่วนผ้าก๊อซก็ให้ปิดไปยังงั้นก่อน จนกว่าจะถึงวันที่หมอนัดมาพบอีกทีวันที่ 23 Jun เพื่อเอาแมคออกจากหัว (รวมๆแล้วคือห้ามสระผมไป 2 อาทิตย์ หลังผ่าตัด)

*** สรุปอาการหลังจากผ่าตัดคือดีเลย อาการมึนหัวหายไปเป็นปลิดทิ้ง ไม่มีผลข้างเคียงจากการผ่าตัด ไม่มีอาการอ่อนแรง ความจำทุกอย่างปกติดี 😄 ***

23 Jun 2021 วันนี้อ.อัตถพร นัดไปเพื่อเช็คดูภาพรวม และเอาแมคออกจาหัว ดูแล้วแผลยาวมากมาย แต่ก็สนิทเรียบร้อยดี หมอบอกว่าทุกอย่างดูดีนะ หลังจากเอาแมคออกก็ให้เว้นอีกสัก 2 วันแล้วค่อยเริ่มสระผมแบบเบาๆได้ละ   ส่วนผลของก้อนเนื้อที่ผ่าออกมา ก็บอกว่าเป็นมะเร็งที่ลามมาจากเต้านมนั่นแหล่ะ ขนาดก้อนที่เอาออกมาคือ 3 x 2.5 x 2 cm   ขั้นตอนต่อไปก็ให้ไปรอพบหมอฉายแสง (หมอชุลีพร คนเดิมที่เคยดูแล ตอนมะเร็งเต้านม) ระหว่างนี้ใช้ชีวิตตามปกติได้เลย

29 Jun 2021 พบหมอชุลีพร เพื่อคุยเรื่องแนวทางการรักษา คุณหมอแนะนำว่าเพื่อให้ชัวร์อยากให้ฉายแบบ whole brain คือฉายทั้งสมอง แต่เดี๋ยวจะเว้นการฉายตรงส่วนที่เป็นความจำไว้ จะได้ไม่กระทบกระเทือนความจำ ตอนแรกเราคุยกับญาติๆเป็นห่วงเรื่องการฉายแบบ whole ว่าจะมีผลกระทบมากไหม โดยเฉพาะเรื่องการเคลื่อนไหว การกิน แต่หมอบอกว่าไม่น่าจะกระทบตรงนั้น แต่ effect หลักๆคือเวียนหัว คลื่นไส้ ในช่วงฉายแสง และหลังฉายสัก 1-2 อาทิตย์นี่แหล่ะ สุดท้ายก็ตกลงทำแบบ whole brain

1 July 2021  ทำ MRI / CT รวมทั้งทำหน้ากากเพื่อใช้ในการวางแผนการฉายรังสี    โดยหลังจากผล MRI / CT ออกแล้วพยาบาลจะโทรมานัดวันที่จะเริ่มฉายแสงอีกที ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของวันนี้ 29,500 บาท

4 July 2021 ไป follow up กับ อ.รณรัฐ ที่เป็นหมอมะเร็งเต้านม หมอสั่งทำ PET/CT โดยจะเป็นการสแกนดูเลยทั้งตัว เพื่อดูว่ามีลามไปจุดอื่นหรือเปล่า หมอบอกว่าช่วงเวลาหลังรักษามะเร็งเต้านมมาสามปีกว่าๆนี่มักจะเป็นช่วงที่จะเจอว่าลามเลยล่ะ หมอเลยนัดให้ไปทำในวันที่ 8-July ค่าใช้จ่ายสำหรับการทำ PET/CT Scan 45,000 บาท

12 -16 July 2021 – อาทิตย์แรกของการฉายแสง พบหมอชุลีพรก่อนไปฉายรังสีวันแรก หมออ่านผล MRI ที่ออกมาแล้วบอกว่าเหมือนจะมีจุดเล็กๆอีกจุดนึง หมอเลยจะยิงรังสีเพิ่มไปที่จุดนั้นให้เลย พอคุยกับหมอเสร็จ ก็ไปเริ่มฉายรังสีกันเลย รวมทั้งหมด 10 ครั้ง เริ่มจากวันนี้เป็นวันแรก และจากวันนี้ไปหมอสั่งยา Memantine (ยาที่ใช้รักษาภาวะสมองเสื่อม)  โดยจะเริ่มให้วันละครึ่งเม็ดก่อน และค่อยๆเพิ่มปริมาณในอาทิตย์ถัดๆไป มีอาการข้างเคียงคือมึนๆหัว และคลื่นไส้บ้าง แต่ยังพอทานอาหารได้ คือพยายามให้ทานทีละน้อยๆทั้งวัน แทรกของหวาน ไอศกรีม ที่ทานได้ไปด้วย สังเกตุว่าสิ่งที่ทานได้ง่ายหน่อยจะเป็นพวกข้าวต้ม และขนมปัง พวกนี้จะไม่ค่อยคลื่นไส้ แต่อาหารกลิ่นฉุน หรือพวกกระเทียม ผัดๆมันๆ นี่ไม่ได้เลย พาลจะคลื่นไส้ทั้งหมด ช่วงนี้ให้กินน้ำย่านางควบคู่ไปด้วย เพื่อลดความร้อนภายใน พร้อมกับให้หยอดกลีเซอรีนพญายอ เพื่อป้องกันเยื่อบุช่องปากเป็นแผล หรืออักเสบ

18 July 2021 นัดพบคุณหมอรณรัฐ  เพื่อฟังผล PET/CT ผลออกมาทำให้โล่งใจไปเลย เพราะหมออ่านผลแล้วคือไม่มีลามไปที่ส่วนอื่น มีแต่ที่สมองอย่างเดียว🎉

19-23 July 2021 – อาทิตย์ที่ 2 ของการฉายแสง แม่มีอาการปวดหัว / คลื่นไส้ ทำให้กินอาหารได้ยากขึ้นมากกว่าอาทิตย์ก่อน น่าจะเป็นผลข้างเคียงมาจากทั้งการฉายแสงและยา Memantine ที่กินผสมๆกัน แต่ก็ยังดีที่ยังพอทานได้อยู่บ้าน อาหารหลักๆจะเป็นข้าวต้ม ขนมปังปิ้ง ขนมแห้งๆอย่างพวกขาไก่ ข้าวตังหมูหยอง ไอศกรีม กล้วยปิ้ง และอีกอย่างที่ค้นพบว่ากินได้คือพวกมากินซูชิ (ข้าวห่อพันสาหร่ายไส้กุ้ง) แบบนี้กินได้โดยไม่คลื่นไส้  และเรามีแอบแทรกให้กินเวย์โปรตีนผสมนมไปวันละแก้วเล็กๆอีกหน่อย

สรุปค่าใช้จ่ายในการฉายแสง –> MRI / ทำหน้ากาก / ฉายแสง 10 ครั้ง –> 29,500 + 35,000 + 36,000 = 96,600

1 Aug-2021

หลังจากฉายแสงจบ ผมเริ่มร่วงเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มร่วงเป็นกำ บ้านมีแต่ผมเต็มไปหมด จนแม่ทนไม่ไหว เลยให้ไถให้เลย  เลยได้เห็นแผลชัดๆ ก็ดูสนิทดีเลยนะ

หลังฉายแสง แม่ยังมีอาการคลื่นไส้อยู่ เลยให้หยุดยา Memantine ไปก่อน เพื่อให้อาการข้างเคียงอย่างมึนหัวคลื่นไส้ หายสนิทก่อน เพราะไม่งั้นกินข้าวแทบไม่ได้ เคยถามหมอก่อนแล้ว หมอบอกว่าสามารถหยุดได้ ไม่ได้บังคับ ยาตัวนี้กันสมองเสื่อม ถ้ากินได้ก็ดี เลยกะว่าเดี๋ยวให้อาการโดยรวมดีก่อนแล้วค่อยกลับไปกิน

ระหว่างนี้อาการคลื่นไส้ค่อยๆดีขึ้นทีละนิดๆแบบช้าๆ แต่ก็ยังกินได้ไม่เหมือนเดิม กว่าจะเริ่มกินได้ในระดับที่โอเคจริงๆ ก็ประมาณ 3 เดือนหลังฉายแสงครั้งสุดท้าย

สรุปอาการข้างเคียงจากการฉายแสง

  • มีอาการเจ็บคอ เจ็บปากบ้าง แต่ไม่หนัก เพราะเราให้แม่หยอดกลีเซอรีนพญายอไว้เรื่อยๆทุกวัน (ประสบการณ์จากที่เคยใช้ตอนเป็นมะเร็งเต้านม) บวกกับให้กินน้ำผสมน้ำย่านางทุกวัน เพื่อช่วยลดความร้อนจากการฉายแสงด้วย
  • หลังฉายแสงประมาณ 2-3 วัน ผมจะเริ่มร่วง พอวันที่ 4-5 หลังฉายแสงวันสุดท้ายนี่ยิ่งร่วงหนัก เป็นกำๆจนบาง สุดท้ายแม่เลยบอกให้ใช้แบตตาเลี่ยนไถให้เลย  ไม่งั้นผมหลุดเยอะเต็มบ้านไปหมด
  • นอกจากผมร่วง แม่ยังมีอาการคลื่นไส้อยู่ และเป็นมาเรื่อยๆใน 2-3 อาทิตย์แรกหลังฉายแสง แต่อาการจะค่อยๆน้อยลงทีละนิดๆ อาการปวดมึนหัว มีบ้างในช่วงฉายแสง แต่หนักไปที่คลื่นไส้มากกว่า
  • อาการคลื่นไส้เริ่มดีขึ้นทีละนิดๆ แต่กินได้ค่อนข้างน้อย นน.ลดลงจากช่วงก่อนผ่าตัดสมอง ที่ตอนนั้นราวๆ 63-64 จนล่าสุดช่วงเดือนตค. 2021 ลงมาเหลือราว 58 หลักๆทานขนม ของหวานได้ แต่ถ้าเป็นพวกเนื้อสัตว์จะคลื่นไส้ กินข้าวต้มเป็นหลัก ก๋วยจั๊บ, ก๋วยจั๊บญวณทานได้ แต่ถ้าเป็นอาหารอื่นๆจะกินได้ไม่กี่คำ กว่าจะเริ่มกินได้ดีขึ้นจริงๆก็ประมาณ 3 เดือนหลังฉายแสงเสร็จ

28-Sept-2021 นัดพบหมอชุลีพร เพื่อ follow up โดยรวมทุกอย่างโอเค ไม่มีอะไร หมอนัดอีกทีเดือนมค. ณ ตอนนั้นต้องทำ MRI อีกรอบ

12-Jan-2021 นัดพบหมออัตถพร เพื่อ follow up

Comments