วันเกิดคุณนายเปิ้ลปีนี้คิดไม่ออกว่าจะไปไหน ยุ่งกันทั้งคู่ จนไม่มีเวลาแพลนอะไรเป็นเรื่องเป็นราว พอใกล้ๆเห็นคุณนายยังไม่ตัดสินใจอะไรเลยลองชวนไปอัมพวาใกล้ๆซะเลย จองรร.อัมพวาน่านอน โดนจองตรงกับทางรร.ก่อนไปแค่ 2-3 วัน แบบไม่มีแพลนอะไรเลย

5 May 2019

ออกเดินทางตอนสายๆ วิ่งไปทางนครปฐมเพื่อจะแวะไปกินกุ้งที่ร้านกุ้งอบภูเขาไฟ ที่คุณนายติดใจมาตั้งแต่ครั้งก่อน มาครั้งนี้จัดกุ้งไซส์ใหญ่ไปเลย 1 กก. มีสั่งทอดมันกับแกงจืดด้วย แต่นั่นถือเป็น side dish นะ งานนี้คุณนายกินกุ้งจนเลี่ยนกุ้งไปเป็นอาทิตย์ๆ 555++

ก่อนเดินทางต่อ แวะกินไอติมเต้าหู้นมสดที่ร้านนัทซะหน่อย เปิด wongnai แล้วเห็น rating ดี สั่ง size ใหญ่สุด ได้ไอติมมาเป็นชาม ถูกมาก 65 บาท รสชาติเด็กๆ แต่ด้วยราคานี้เหมาะกับน้องๆนศ.อยู่นะ

จากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปเช็คอินที่รร.กันเลย อย่างที่บอกคือครั้งนี้เราจองรร.อัมพวาน่านอน เพราะเคยเห็นรีวิวรร.นี้หลายรอบ เป็นรร.สไตล์ modern ทำเลดีมาก อยู่ใกล้ตลาดน้ำอัมพวาแบบเดินไปนิดเดียว มีที่จอดรถ และมี 7-11 หน้ารร.เลย สะดวกทุกสิ่งอย่าง ราคาตอนจองก็ 2,600 บาท

เราได้ห้องชั้น 4 มีระเบียง เตียงนอนนอนสบายมาก ถือว่าห้องโอเคเลย

เก็บข้าวเก็บของกันเรียบร้อยตอนนั้นก็ประมาณห้าโมงกว่าๆละ เราเลยออกไปเดินเล่นตลาดน้ำอัมพวากันเลย ระหว่างทางเดินไปตลาดน้ำก็จะมีตลาดข้างทางย่อมๆมีของกินของขายเยอะแยะ พวกเราก็แวะซื้อของกินเล่น เดินกินกันไป ยังไม่ทันถึงตลาดน้ำก็อิ่มละ 555+

ตลาดน้ำตอนเย็นๆวันอาทิตย์ที่เราไปคนไม่ได้เยอะมาก คือเดินไม่อึดอัด ถ่ายรูปได้สบายๆ บรรยากาศตอนเย็นนี่โรแมนติกอ่ะ ตลอด 2 ข้างทางจะมีเรือขายอาหาร ให้เราเลือกสั่งมาทานได้ หรือถ้าไม่สั่งจากเรือ ก็มีร้านอาหารให้เลือกทานได้เยอะเลย ทั้งข้าว ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ-ไก่ย่าง ของหวาน ร้านนั่งชิลต่างๆ ฯลฯ

หลังจากเล่นพักใหญ่จนประมาณเกือบทุ่ม เห็นมีเรือพาไปดูหิ่งห้อยกำลังจะออกจากท่า ไป-กลับ ใช้เวลาไม่ถึงชม. เลยจ่ายเงินขึ้นเรือเลย ค่าเรือแค่คนละ 60 บาทเอง ถูกมาก หิ่งห้อยไม่ค่อยเห็นหรอกนะ แต่ถือว่านั่งเรือเล่นรับลมละกัน

พอกลับมาเกือบสองทุ่มละ ตลาดเริ่มวาย พวกเรือขายอาหารต่างๆเริ่มเลิกขาย ร้านนั่งชิลยังมีเปิดอยู่  แต่พวกเราอยากหาร้านที่มี hoegaarden สด เลยเดินไปนั่งกันต่อที่ร้านเจ้าสำราญ ที่อยู่ด้านหลังตลาด ใกล้ๆรร.เรานี่แหล่ะ ร้านนี้ค่อนข้างชิลเลย มีวงเล่น อยู่ติดน้ำ บริการดีด้วย เราสั่งแต่ปลาทูทอดน้ำปลาและ French Fries มาทานคู่เบียร์เพราะยังอิ่มอยู่ รสชาติโอเคเลย (หรือเพราะแถบนี้ปลาทูเค้าดีอยู่แล้วก็ไม่รู้นะ 555) แต่ที่แน่ๆ Hoegaarden นี่แหล่ะ เด็ดแน่นอน มาแบบเย็นๆ แก้วละ 250 ไม่มี ++ เหมือนในกทม. 😋

6-May-2019

จริงๆการตักบาตรตอนเช้าเป็นเสน่ห์อย่างนึงของตลาดน้ำอัมพวา แต่การที่จะให้คุณนายเปิ้ลตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้านี่มีความเป็นไปได้ 0.001% จะตื่นมาให้ทันกินข้าวเช้ารร.ในแต่ละครั้งยังยาก ถึงแม้วันนี้จะเป็นวันเกิดนางก็เถอะ แต่ไม่เป็นไร เพราะเนื่องจากชีพอรู้ตัว เลยทำแพลนทำบุญรอบบ่ายแบบแน่นๆมาไว้แทนแล้ว เพราะงั้นพวกเราเลยตื่นกันตอนสายๆแทน วันนี้ก็เริ่มจากลงไปกินข้าวเช้าที่รร.ก่อน ข้าวเช้าที่นี่เน้นแนวไทยๆหน่อย มีปลาทูทอดกับน้ำพริก กะเพรา ไข่กระทะ ซะด้วย เช้านี้เลยกินเน้นแบบไทยๆ แทนที่จะเป็นแนว American Breakfast แบบที่กินประจำ รสชาติอาหารเช้าที่นี่เราว่าเฉยๆ และไม่หลากหลายเท่าไหร่ แต่ก็โอเค

หลังจาก check-out ออกจากโรงแรม ก็เดินกลับไปตลาดน้ำอัมพวาเพื่อซื้อของฝากกันอีกรอบ บรรยากาศตลาดตอนกลางวันต่างจากบรรยากาศช่วงเย็น สวยกันไปคนละแบบ

เพราะยังอิ่มๆจากอาหารเช้ารร.อยู่ เราเลยไม่ได้กินอะไรจริงจัง แต่ก็แวะร้านบ้านขนมคุณยาย กะจะซื้อขนมกลับบ้าน แต่พอดีเห็นทางร้านมีข้าวเหนียวดำน้ำกะทิ กับรวมมิตร น่ากินดีแฮะ เลยสั่งกินที่ด้านหน้าร้านเลย กินไปนั่งดูวิวไป เพิ่มความอร่อย

ก่อนออกไปทำบุญคุณนายเปิ้ลขอถ่ายรูปกะน้องหมีก่อน รายนี้เห็นหมีแล้วไม่พลาด แถมดูเห่อของขวัญวันเกิดที่ให้ปีนี้นะ บอกขอเอามาถ่ายด้วย อ่ะจัดไป คนให้ปลื้ม  😁

ปีนี้เห็นเปิ้ลมองๆ Kate Spade ไว้ เลยแอบไปสอยมาให้ ตอนซื้อเห็นมีสร้อยข้อมือน่ารักดีเลยสอยมาอีกเส้น ส่วนอีกชิ้นให้เป็นของแถมเอาไว้ทำสวย เป็นเครื่องนวดหน้าแบบมือถือ

จากนั้นก็ตระเวณทำบุญกัน เปิ้ลจัดชุดสังฆทานมาเองเลย 5 ชุด เพราะงั้นก็ลุยกันเลย 5 วัด ยาวไปๆ แถวนี้วัดเยอะ อยู่แทบจะติดๆกันเลย เรียงๆกันไป 5 วัดนะจ๊ะ งานนี้อิ่มบุญเต็มๆ

วัดที่ 1: วัดภุมรินทร์กุฎีทอง 

วัดที่ 2. วัดท้องคุ้ง  

วัดที่ 3. วัดบางแคน้อย  

วัดที่ 4. วัดบางเกาะเทพศักดิ์ วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานของ พลวงพ่อเพชร เทพทันใจ เทพกระซิบ พ่อปู่ศรีสุทโธ-ย่าปทุมมา รวมทั้งมีเจ้าแม่กวนอิม ตั้งอยู่ริมน้ำ  

วัดที่ 5. วัดบางกุ้ง วัดนี้มีชื่อเสียงจากโบสถ์ปรกโพธิ์ที่เป็นอุโบสถหลังเดิมที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ถูกปกคลุมด้วยรากไม้ใหญ่ทั้งโพ ไทร ไกร และกร่างมอง รวมทั้งภายในเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อนิลมณี หรือหลวงพ่อดำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย 

เสร็จจากวัดที่ 5 ก็ประมาณสี่โมงเย็นแล้ว ตอนนั้นเริ่มหิวแล้ว และเกิดอยากกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำขึ้นมาทั้งเราและเปิ้ล เลยเสิชหาร้านเด็ดๆแถวๆนั้น ก็เจอกับร้านก๋วยเตี๋ยวหมูมะนาวแม่บุญมี แต่ทางร้านเค้าปิดสี่โมงเย็นพอดี เลยลองเสี่ยงดวงบึ่งรถไปที่ร้านเลย ทันเป็นลูกค้าโต๊ะสุดท้ายพอดี ก๋วยเตี๋ยวอร่อย ทั้งเส้น เครื่อง และการปรุงรสต้มยำเลยนะ ชอบๆ กินเสร็จได้เวลาบึ่งกลับกทม. ใช้เวลาย่อยอยู่บนถนนประมาณ 2 ชม. ก็ขอแวะ The Circle เติมความสดใสซาบซ่ากันที่ร้านชีวิตชีวา ซะหน่อย มา 2 คน จัดไป 2 เมนู กับ Feel no Grey (size เล็ก) & Mango Sticky Rice Bingsu (size ปกติ) น้ำแข็งใสร้านนี้นี่กินแล้วมันชื่นใจจริงๆ

และก็เป็นอันจบทริปสั้นๆ 2 วัน 1 คืน ได้ความประทับใจกันไปเต็มๆ เพราะอัมพวาอยู่ใกล้กรุงเทพฯมาก มีความ slow life, ของกินอร่อย, แถมได้ความอิ่มบุญกลับมาเต็มๆ เอาจริงๆไปเช้า-เย็นกลับก็ได้แบบสบายๆ แนวๆอารมณ์อยากขับรถเที่ยวออกนอกกรุงฯบ้างไรงี้ ที่ผ่านมาถ้ามีเวลา 1 คืนเรามักจะไปแต่พัทยา งานนี้เราคงได้หันมามองสถานที่ใกล้ตัวมากขึ้นจากทริปอัมพวาทริปนี้แล้วล่ะนะ 😀

Comments