ตั้งแต่ปลายปี 2011 จนถึงเดือน feb 2012 เกิดเหตุการณ์กับร่างกายติดๆกันอย่างต่อเนื่องอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน … เรียงลำดับตามเหตุการณ์ได้ตามนี้

  1. อาหารเป็นพิษ จากทริปไปเขมร
  2. ก้างปลาแรดแทงคอจนคอเป็นแผล จากที่ไปเยี่ยมญาติที่จ.อุทัยธานี
  3. คออักเสบ เป็นไข้สูง
  4. หวัดกิน
  5. หน้าเป็นผื่นขึ้นมาซะเฉยๆไปครึ่งหน้า
  6. เกิดอุบัติเหตุในห้องน้ำจนได้เลือด ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 7 Feb (ประมาณทุ่มกว่าๆ)

รู้สึกว่าอะไรมันจะขนาดนี้นะ ปกติเราเป็นคนที่ไม่ได้ใช้บริการหมอเลย แต่นี่ในช่วงเวลาแค่เดือนกว่าๆไปหาหมอมาหลายรอบมากๆ ยิ่งอุบัติเหตุล่าสุดที่เกิดตอนอาบน้ำนี่สุดยอดซวย แบบว่ากำลังอาบน้ำอยู่ หัวก็มีแชมพูอยู่ ก็เปิดก๊อกน้ำที่อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ กำลังจะเตรียมล้างหน้า แปรงฟัน ขณะที่กำลังเอามือสองข้างท้าวอ่างอยู่ (ท้าวเบาๆไม่ได้ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งตัวนะ) อ่างมันก็พังยุบตัวลงไปเลย ไอ้เราที่ท้าวอยู่ก็เสียหลัก ล้มลงไปได้แผลที่มือทั้งสองข้าง กับก้นทั้งสองข้าง!

ตอนแรกที่มองเห็นเลือดไหลโจ๊กๆจากมือสองข้าง ไม่ยอมหยุด หัวก็มีแชมพู น้ำจากท่อที่ต่อจากอ่างล้างหน้าที่พังก็พุ่งกระฉูด กระเบื้องกระจายเต็มพื้นห้องน้ำไปหมด ก็คิดว่าเราจะล้างหัวก่อน หรือแต่งตัวเพื่อรีบไปปิดปั๊มน้ำที่อยู่ชั้นล่างก่อน แต่ก็ต้องห้ามเลือดด้วย แต่มันก็ไหลทั้งสองมือ ทุลักทุเลมาก สรุปคือรีบใส่เสื้อผ้าแบบเร็วๆแล้วหากระดาษมาซับเลือดไว้ แล้วลงไปปิดปั๊มน้ำ หลังจากนั้นก็เดินขึ้นไปโทรศัพท์หาน้องชาย เพราะตอนนั้นอยู่บ้านคนเดียว บอกน้องว่ามีอุบัติเหตุ ให้ซื้ออุปกรณ์ทำแผลกลับมาให้ด้วยนะ รีบๆกลับมาหน่อยก็ดี เพราะกดเลือดมาสักพักละมันยังไหลไม่หยุด เยอะด้วย

หลังจากนั้นสักพักคนงานที่อู่ก็มาที่บ้าน บอกว่าแม่โทรไปบอกให้รีบล่วงหน้ามาดูเราก่อน พอหลุยส์เดินมาถึงก็ถามว่าเป็นแผลที่ก้นด้วยเหรอ ทำไมกางเกงด้านหลังชุ่มเลือด สรุปมีแผลตรงก้นส่วนด้านบนยาวมาก ที่เราไม่เห็น และไม่รู้สึกด้วย (ณ เวลานั้นมันคงชาอยู่) หลังจากนั้นน้องมาถึงบ้าน พอเห็นแผลก็บอกว่ารีบไปรพ.ดีกว่าเพราะแผลยาวมาก … สรุปเลยไปเปาโล เข้าไปรอหมอศัลฯอยู่ในห้องฉุกเฉินอยู่ชั่วโมงกว่า สุดท้ายโดนเย็บก้นไป 11 เข็ม และนิ้วโป้งซ้ายไปอีก 5 เข็ม แถมด้วยแผลเล็กแผลน้อยอีกหลายจุด -_- โดนฉีดยาชา 2 จุด และวัคซีนกันบาดทะยักอีก 1 เข็ม ค่ารักษา 7 พันกว่าๆ

ตอนกลับมาอยู่บ้านสิ แย่กว่า ปวดแผลก็ปวด นอนหงายไม่ได้ นั่งหรือยืนนานหน่อยก็ไม่ได้ อาบน้ำก็ไม่ได้ มือซ้ายใช้งานไม่ได้ แล้วก็มือสองข้างโดนน้ำไม่ได้เพราะมีปิดผ้าพันแผลไว้ที่นิ้วของทั้งสองมือ จะเปิดขวดหรือจะจับส้อมมือซ้ายก็ไม่ได้เพราะมันต้องออกแรงนิ้วโป้งที่เย็บแล้วจะปวดมาก รู้สึกรำคาญตัวเองมาก แปรงฟันหรือล้างหน้าทีนี่ทุลักทุเลน่าดู สมเพชตัวเองจริงๆเลย T_T

ปีนี้ไม่ใช่ปีชงของเรานะ แต่เหมือนใช่เลย หรือจะเป็นเพราะปีนี้อายุย่างเข้า 35 เปรียบเหมือนเบญจเพศจริงๆ เดี๋ยวดีขึ้นจะต้องไปทำบุญโลงศพละ >_< แต่คิดๆแล้วที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้กับเราก็ยังดี เพราะเราใช้ห้องน้ำแม่ ถ้าเป็นแม่โดนอาจจะแย่กว่านี้ ดูว่าถ้าไม่ใช่เราเหตุการณ์นี้ก็ต้องเกิดอยู่ดีเพราะเหมือนอ่างมันต้องพังแน่ๆ แค่คิดก็เสียววาบละ!

ระหว่างรอตัดไหมต้องไปล้างแผลเรื่อยๆ ดีที่ออฟฟิศมีห้องพยาบาล มีพยาบาลประจำอยู่แล้ว เลยให้พี่พยาบาลช่วยล้างแผลให้ไม่ต้องไปโรงพยาบาลเอง หมอนัดตัดไหมวันที่ 17 Feb … ปกติทั่วๆไปเค้าจะนัดตัดไหมกันที่ 7 วัน แต่แผลของเราเป็นตรงจุดที่มีการใช้งานเยอะ หมอเลยคิดว่าน่าจะใช้เวลากว่าแผลจะติดกัน เลยนัดที่ 10 วัน แต่ก็นะเวลาผ่านไปจนถึงวันที่ 10 แผลที่นิ้วก็ยังไม่หายปวด แถมยังมีอาการชาๆเป็นระยะๆ แต่แผลตรงก้นนี่หายละ ไม่รู้สึกปวดละ ตอนที่ไปรอหมอที่รพ.เพื่อไปตัดไหมยังบอกหมอเลยว่า ที่มือนี่ยังปวดอยู่เลยนะหมอ … หมอมองแผลแบบผ่านแล้วก็บอกว่าตัดได้ เลยให้พยาบาลตัด -_-! ตอนตัดไหมที่นิ้วนี่เจ็บมากขอบอก ตัดเสร็จถึงเห็นว่าแผลยังไม่ติดกัน!!! เซ็งเป็ด เลยต้องติดที่ยึดแผลต่อไปอีกสักพัก แต่แบบว่าเคืองหมออ่ะ เหมือนแทบไม่ได้ดูแผลเราเลย ถ้าแผลมันยังไม่สนิทก็ไม่ควรจะให้ตัดไหมหรือเปล่า? ครั้งต่อๆไปที่ไม่สบาย จะไม่ไปเปาโลล่ะ บริการก็ห่วย แพงอีกตะหาก จะไปเปิดประวัติใหม่ที่พญาไทครั้งต่อไปที่ต้องไปรพ.แล้ว แน่นอน!